ข้อมูลศึกษาต่อประเทศต่างๆ

1. USA 

2. Canada

3. England

4. European Zone 

5. Australia

6. New Zealand 

7. Singapore

8. South Korea

9. Other Countries 

  • ประเทศสหรัฐอเมริกา (USA)

    การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในสหรัฐอเมริกา
    • ตั้งแต่ปีที่ 9 –12 โดยทั่วไปแล้วเด็กจะมีอายุ 14/15 – 17/18 ปี
    • ภายหลังจบการศึกษาชั้นปีที่ 12 นักเรียนจะได้รับประกาศนียบัตรระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
    • นักเรียนที่ไม่ได้รับประกาศนียบัตรระดับมัธยมศึกษาตอนปลายอาจเข้าทดสอบ General Education Development (GED) ซึ่งเป็นประกาศนียบัตรความสามารถทางด้านวิชาการในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
    การศึกษาภายหลังระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในสหรัฐอเมริกา
    นักศึกษาจะต้องได้รับประกาศนียบัตรระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือประกาศนียบัตรความสามารถทางด้านวิชาการในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (GED) ก่อนที่จะเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีในวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา นักศึกษาอาจจะเลือกเรียน 4 ปี เพื่อที่จะได้คุณวุฒิปริญญาตรี หรือเรียนเพียง 2 ปีเพื่อที่จะได้คุณวุฒิอนุปริญญาตรี
    การศึกษาระดับอนุปริญญาตรี (Associate Degree)
    การศึกษาระดับอนุปริญญาตรีอาจเป็นหลักสูตรโอนย้ายที่เทียบเท่ากับหลักสูตรปริญญาตรีในช่วงสองปีแรก หรือสองปีสุดท้าย ซึ่งเตรียมพร้อมนักศึกษาสำหรับอาชีพใดอาชีพหนึ่งโดยเฉพาะ
    • หลักสูตรสองปีที่วิทยาลัยชุมชนหรือวิทยาลัยเอกชน
    • ประเภทของคุณวุฒิ: อนุปริญญาตรีด้านศิลปศาสตร์ (Associate of Arts: AA) หรืออนุปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์ (Associate of Science: AS)
    • นักศึกษาสามารถที่จะโอนย้ายไปศึกษาต่อได้ที่วิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยที่มีหลักสูตร 4 ปี
    วิทยาลัยประจำท้องถิ่น (Community College) ซึ่งอาจเป็นของรัฐหรือเอกชน คือสถาบันที่ตั้งอยู่ในชุมชน และยังเป็นที่รู้จักในนามของวิทยาลัยประจำเขต (County College) วิทยาลัยทั่วไป (Junior College) วิทยาลัยเทคโนโลยี (Technology College) หรือวิทยาลัยประจำเมือง (City College)
    การศึกษาระดับปริญญาตรี
    การศึกษาระดับปริญญาตรีในสหรัฐอเมริกามีความยืดหยุ่นสูง โดยนักศึกษาสามารถเลือกสาขาได้อย่างหลากหลาย
    • ใช้ระยะเวลาศึกษา 4 ปีในวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัย
    • มหาวิทยาลัยจะใช้คะแนนสอบ SAT หรือ ACT เป็นเกณฑ์หนึ่งในการพิจารณารับนักศึกษาเข้าศึกษาต่อ
    • โดยทั่วไปแล้วการศึกษาระดับปริญญาตรีจะแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ระยะแรกจะเป็นการเรียนวิชาพื้นฐาน ซึ่งประกอบด้วยวิชาหลักๆ เช่น คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ มนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์กายภาพและสังคมศาสตร์ ระยะที่สองจะให้ความสำคัญกับวิชาที่นักศึกษาเลือกเรียน หรือที่เรียกว่าวิชาเอก
    • ประเภทของปริญญาตรี ได้แก่ ศิลปศาสตร์บัณฑิต (Bachelor of Arts: BA), วิทยาศาสตร์บัณฑิต (Bachelor of Science: BS) และอื่นๆ
    • นักศึกษาจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีเมื่อเก็บหน่วยกิตได้ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด (โดยปกติแล้ววิชาหนึ่งจะมี 3-4 หน่วยกิต) และสอบผ่านวิชาบังคับในสาขาวิชาเอก
    สหรัฐอเมริกามีวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐและเอกชน ในขณะที่วิทยาลัยของรัฐได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล วิทยาลัยเอกชนก็ดำเนินงานด้วยเงินทุนของเอกชนและมีแนวโน้มที่จะมีขนาดเล็กกว่า ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยก็คือวิทยาลัยมีแนวโน้มที่จะมีขนาดเล็กกว่ามหาวิทยาลัย และเปิดสอนเฉพาะหลักสูตรระดับปริญญาตรี ในขณะที่มหาวิทยาลัยจะเปิดสอนหลักสูตรปริญญาโท - เอกด้วย

    การศึกษาภายหลังระดับปริญญาโท – เอก ในสหรัฐอเมริกา
    นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้วสามารถที่จะศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอก ซึ่งรู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า (PhD.) ได้อย่างต่อเนื่อง การศึกษาภายหลังระดับปริญญาตรีในสหรัฐอเมริกาจะเป็นการศึกษาวิชาเฉพาะที่เข้มข้นกว่าหลักสูตรปริญญาตรี และถือว่านักศึกษาจะต้องมีความรู้พื้นฐานในสาขาวิชาที่เลือกเรียนอยู่แล้ว

    การศึกษาระดับปริญญาโท
    การศึกษาระดับปริญญาโท ไม่ว่าจะเป็นสายวิชาการหรืออาชีพ นักศึกษาจะได้รับความรู้เพิ่มเติมและการฝึกอบรมในสาขาวิชาเฉพาะ หลักสูตรปริญญาโทจะมีให้เลือกหลากหลายสาขา
    • โดยทั่วไปแล้วการศึกษาระดับปริญญาโทจะใช้เวลา 2 ปี ในสาขาวิชาเฉพาะ
    • หลักสูตรปริญญาโทสายวิชาการ ได้แก่ ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต (Master of Arts: MA) และวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต (Master of Science: MS)
    • หลักสูตรปริญญาโทสายอาชีพ ได้แก่ บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (Master of Business Administration: MA), ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต (Master of Education: MeD), สังคมสงเคราะห์ศาสตร์มหาบัณฑิต (Master of Social Work: MSW) และอื่นๆ
    • มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะใช้คะแนนสอบ Graduate Record Examination (GRE) เป็นเกณฑ์หนึ่งในการพิจารณารับนักศึกษาเข้าศึกษาต่อ
    • สำหรับหลักสูตร MBA มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะใช้คะแนนสอบ Graduate Management Admissions Test (GMAT) เป็นเกณฑ์หนึ่งในการพิจารณารับนักศึกษาเข้าศึกษาต่อ
    ในสหรัฐอเมริกา หลักสูตรนิติศาสตร์และแพทยศาสตร์จะเปิดสอนในระดับปริญญาโทเท่านั้น โดยนักศึกษาจะต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีของทั้งสองสาขามาก่อนที่จะสมัครเข้าศึกษาต่อ
    นิติศาสตร์
    หลักสูตรนิติศาสตร์มหาบัณฑิตจะสอนทักษะการปฏิบัติให้แก่ผู้ที่ต้องการจะเป็นทนายความ โดยนักศึกษาจะต้องได้รับคุณวุฒิ A.J.D. มาก่อนที่จะสมัครเข้าศึกษาต่อเพื่อเป็นทนายความในรัฐต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกา
    • การศึกษาหลักสูตรนิติศาสตร์มหาบัณฑิตจะใช้เวลา 3 ปี
    • มหาวิทยาลัยจะใช้คะแนนสอบ Law School Admissions Test (LSAT) เป็นเกณฑ์หนึ่งในการพิจารณารับนักศึกษาเข้าศึกษาต่อ
    • นักศึกษาจะได้รับคุณวุฒิ Juris Doctor (J.D) เมื่อสำเร็จการศึกษานิติศาสตร์มหาบัณฑิต
    แพทยศาสตร์
    • หลักสูตรแพทยศาสตร์จะใช้เวลาเรียนอย่างน้อย 4 ปี
    • มหาวิทยาลัยจะใช้คะแนนสอบ Medical College Admission Test (MCAT) เป็นเกณฑ์หนึ่งในการพิจารณารับนักศึกษาเข้าศึกษาต่อ
    • นักศึกษาจะได้รับคุณวุฒิ Doctor of Medicine (MD)หรือ Doctor of Osteopathic Medicine (DO) เมื่อสำเร็จการศึกษา
    หากคุณใฝ่ฝันที่จะศึกษาหลักสูตรมหาบัณฑิตในมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในสหรัฐอเมริกา คุณจะต้องทดสอบ GMAT ® และ GRE ®

    การศึกษาระดับปริญญาเอก
    การศึกษาระดับปริญญาเอกประกอบด้วย การเรียนขั้นสูงในชั้นเรียน การสัมมนา การเขียนปริญญานิพนธ์ การฝึกอบรมนักศึกษาเพื่อให้เป็นนักวิชาการและนักวิจัย เพื่อที่จะเป็นอาจารย์ในสาขาใดสาขาหนึ่งในวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัย
    • ใช้ระยะเวลาเรียนอย่างน้อย 3 ปี
    • มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะใช้คะแนนสอบ Graduate Record Examination (GRE) เป็นเกณฑ์หนึ่งในการพิจารณารับนักศึกษาเข้าศึกษาต่อ
    • นักศึกษาจะได้รับคุณวุฒิดุษฎีบัณฑิต (PhD) เมื่อสำเร็จการศึกษา
    นักศึกษาต่างชาติ
    นักศึกษาต่างชาติจะต้องทดสอบ Test of English as a Foreign Language (TOEFL) ก่อนที่จะสมัครเรียนที่วิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา การทดสอบซึ่งมีระยะเวลา 4 ชั่วโมงนี้จะช่วยให้คณะกรรมการที่มีหน้าที่พิจารณารับนักศึกษาเข้าศึกษาสามารถประเมินระดับความสามารถของนักศึกษาในการใช้และเข้าใจภาษาอังกฤษมาตรฐานแบบอเมริกันในระดับมหาวิทยาลัยได้ มีการจัดสอบ TOEFL ® ทั่วโลก ทั้งในรูปแบบการทดสอบผ่านอินเทอร์เน็ตหรือ Paper Based ประกอบด้วย 4 ส่วน คือ อ่าน เขียน ฟัง และพูด วิทยาลัยและมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะพิจารณาเฉพาะผลคะแนนล่าสุด ซึ่งผลการสอบ TOEFL ® จะมีอายุ 2 ปี
    ในฐานะนักศึกษาต่างชาติ คุณจะต้องสอบ TOEFL ให้ได้คะแนนดี เพื่อที่จะเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา
  • ประเทศแคนาดา (Canada)

    ระบบการศึกษาของประเทศแคนาดา ระบบการเรียนของแคนาดา จะอยู่ในความรับผิดชอบของแต่ละจังหวัดและมณฑล โดยจะมีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย ยกเว้นในควิเบก (Quebec) ซึ่งจะมีระบบการศึกษาที่แตกต่างออกไป ประกอบด้วยระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา วิทยาลัยทั่วไปและวิทยาลัยอาชีพ (CEGEP) ระบบการศึกษาที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้จะไม่รวมควิเบก
    การศึกษาระดับมัธยมศึกษาในแคนาดา
    • ชั้นปีที่ 9 –12 โดยทั่วไปสำหรับนักเรียนอายุ 14/15 – 17/18 ปี
    • ภายหลังจบการศึกษาชั้นปีที่ 12 นักเรียนจะได้รับประกาศนียบัตรระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย.
    การศึกษาระดับภายหลังมัธยมศึกษาในแคนาดา
    ในแคนาดา วิทยาลัย สถาบันต่างๆ รวมทั้งสถาบันที่ไม่ได้มอบคุณวุฒิปริญญาตรีให้แก่นักศึกษานักศึกษา ส่วนใหญ่แล้วจะมอบวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงและประกาศนียบัตรวิชาชีพในสาขากึ่งวิชาชีพและเทคนิคให้แก่นักศึกษาในขณะที่มหาวิทยาลัยจะเน้นหนักที่หลักสูตรปริญญาตรี และวิทยาลัยจะเปิดสอนทั้งหลักสูตรปริญญาตรี ประกาศนียบัตรวิชาชีพและประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง อย่างไรก็ดี ในทางตรงกันข้ามยังมีบางวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาตรี และบางมหาวิทยาลัยเปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพและประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง
    ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (Diploma) และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (Certificate)
    • เปิดสอนที่วิทยาลัย วิทยาลัยชุมชน และสถาบันเทคนิคและวิชาชีพ
    • นักศึกษาที่ต้องการเข้าศึกษาจะต้องจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
    • ใช้ระยะเวลาเรียน 1-3 ปีสำหรับหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงที่เน้นวิชาชีพซึ่งสอดคล้องกับการประกอบอาชีพในอนาคต วิชาทางด้านเทคนิคหรือวิชาการ
    • หลักสูตร 1 ปีสำหรับประกาศนียบัตรวิชาชีพ สำหรับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงจะต้องเรียนบางรายวิชาเพิ่มเติม
    • บางวิทยาลัยจะมีหลักสูตรที่สามารถโอนไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้
    การศึกษาระดับปริญญาตรี
    • เปิดสอนในมหาวิทยาลัย วิทยาลัย และสถาบัน
    • นักศึกษาที่ต้องการเข้าศึกษาจะต้องจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
    • ใช้ระยะเวลาเรียน 3-4 ปี ขึ้นกับว่าอยู่ในมณฑลใด หรือสาขาวิชาทั่วไปหรือวิชาเฉพาะ
    • บางสถาบันจะเปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงและประกาศนียบัตรวิชาชีพ
    • โดยทั่วไปแล้ว นักศึกษาจะได้รับคุณวุฒิ Honours ในระดับปริญญาตรีเมื่อศึกษาต่อในระดับสูงขึ้น หรือมีผลการเรียนที่โดดเด่น
    การศึกษาภายหลังระดับปริญญาตรีในแคนาดา
    การศึกษาระดับปริญญาโท
    • โดยทั่วไปแล้วการศึกษาระดับปริญญาโทจะใช้เวลา 2 ปี
    • จะต้องได้รับคุณวุฒิ Honours ในระดับปริญญาตรี หรือจบการศึกษาระดับปริญญาตรี
    • หลักสูตร MBA จะใช้ผลคะแนน Graduate Management Admission Test (GMAT) และประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวข้อง เป็นเกณฑ์หนึ่งในการพิจารณารับเข้าศึกษาต่อ
    • หลักสูตรสาขาวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ Master of Science จะใช้ผลคะแนน Graduate Record Exam (GRE) เป็นเกณฑ์หนึ่งในการพิจารณารับเข้าศึกษาต่อ
    การศึกษาระดับปริญญาเอก
    • ใช้เวลาเรียนอย่างน้อย 3 ปีในมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัย
    • โดยทั่วไปแล้วนักศึกษาจะต้องจบการศึกษาระดับปริญญาโท
    • หลักสูตร MBA จะใช้ผลคะแนน Graduate Management Admission Test (GMAT) เป็นเกณฑ์หนึ่งในการพิจารณารับเข้าศึกษาต่อ
    • หลักสูตรสาขาวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ Master of Science จะใช้ผลคะแนน Graduate Record Exam (GRE) เป็นเกณฑ์หนึ่งในการพิจารณารับเข้าศึกษาต่อ
    นักศึกษาต่างชาติ
    มหาวิทยาลัยและหลักสูตรส่วนใหญ่จะกำหนดเกณฑ์คะแนน TOEFL ® และ IELTS ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษของนักศึกษาที่ต้องการจะเข้าศึกษาต่อไว้ นักศึกษาต่างชาติจะต้องแสดงให้เห็นว่าคุณภาพการศึกษาในประเทศของตนเทียบเท่ากับคุณภาพของสถาบันการศึกษาในแคนาดา นักศึกษาจะต้องมีใบอนุญาตให้ศึกษาในแคนาดาหากต้องการศึกษาในแคนาดานานกว่า 6 เดือน
  • ประเทศอังกฤษ เวลล์ และไอร์แลนด์เหนือ (England, Wales, and North Ireland)

    การศึกษาระดับมัธยมศึกษาในสหราชอาณาจักร เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ มุ่งเน้นเนื้อหาที่เจาะลึกในวิชาที่นักเรียนเลือกเพียงแค่ไม่กี่วิชา
    • ปีที่ 7- 11 (ปีที่ 8 – 12 ในไอร์แลนด์) สำหรับนักเรียนอายุตั้งแต่ 12 – 16 ปี
    • สำหรับโรงเรียนมัธยมศึกษาบางแห่ง นักเรียนสามารถเลือกที่จะไม่ศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย คือปีที่ 12 และ 13 โดยเฉพาะ
    • เมื่อจบการศึกษาในปีที่ 10 และ ปีที่ 11 นักเรียนจะได้รับประกาศนียบัตร General Certificate of Secondary Education (GCSE) ซึ่งโดยปกติแล้วจะเป็นการทดสอบระหว่าง 5 – 10 วิชา
    การศึกษาระดับมัธยมศึกษาในสก๊อตแลนด์
    การศึกษาระดับมัธยมศึกษาในสก๊อตแลนด์มุ่งเน้นเนื้อหาวิชาที่ครอบคลุมกว่าในอังกฤษ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ
    • ปีที่ 1 –4 สำหรับนักเรียนอายุตั้งแต่ 12/13 ปี ถึง 15/16 ปี
    • ประกาศนียบัตร Scottish Qualification Certificate จะมอบให้แก่นักเรียนที่ผ่านการสอบ Standard – Grade courses ในช่วงSecondary 3 หรือ 4 ซึ่งโดยปกติแล้วจะเป็นการทดสอบระหว่าง 7 – 9 วิชา
    • นักเรียนสามารถที่จะเลือกเรียนระดับมัธยมศึกษาขั้นสูง คือ Secondary 5 หรือ 6 ได้ ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นนักเรียนอายุตั้งแต่ 16/17 ปี ถึง 17/18 ปี
    การศึกษาหลังอายุ 16 ปี (Post-16 Education) ในสหราชอาณาจักร
    A-Levels (อังกฤษ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ)
    การศึกษาหลังอายุ 16 ปี เรียกกันโดยทั่วไปว่า A-Levels (General Certiificate of Education in Advanced Level certificates) ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมในการเข้าศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัย โดยทั่วไป นักเรียนจะเลือกเรียนเพียง 3 หรือ 4 วิชา ซึ่งสอดคล้องกับสาขาวิชาที่จะเลือกเรียนในระดับมหาวิทยาลัยต่อไป
    • ปีที่ 12 และ 13 ซึ่งโดยทั่วไปเรียกว่า “Sixth Form” สำหรับนักเรียนอายุตั้งแต่ 16/17 ปี ถึง 17/18 ปี
    • นักเรียนสามารถที่จะศึกษา A-Levels ได้ในโรงเรียนมัธยมศึกษา, วิทยาลัยที่ให้การศึกษาในชั้นปีที่ 12-13 โดยเฉพาะ (Sixth Form College) หรือ วิทยาลัยที่ให้การศึกษาขั้นสูงอื่นๆ
    การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (Highers) (สก๊อตแลนด์)
    โดยทั่วไป นักเรียนจะศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (Highers) ซึ่งเป็นประกาศนียบัตรคุณวุฒิการศึกษาของสก๊อตแลนด์ ที่มอบโดย Scottish Qualifications Authority ภายหลังจากที่จบการศึกษาระดับ Secondary 4 การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (Highers) ถือเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเข้ามหาวิทยาลัย โดยมีวิชาให้เลือกเรียนหลากหลายวิชา แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วนักเรียนจะสามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยภายหลังจากที่จบการศึกษาระดับ Secondary 5 ได้ทันที แต่นักเรียนส่วนใหญ่เลือกที่จะเรียนต่อจนถึง Secondary 6 เพื่อที่จะศึกษาวิชาต่างๆ ในระดับ Highers ได้มากขึ้น หรือศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น (Advanced Highers Level)
    • Secondary 5 และ 6 สำหรับนักเรียนอายุตั้งแต่ 16/17 ปี ถึง 17/18 ปี
    • นักเรียนสามารถที่จะศึกษา Highers ได้ในโรงเรียนมัธยม
    • นักเรียนจะต้องผ่านการทดสอบ Standard Grade
    การศึกษาระดับปริญญาในประเทศอังกฤษ
    ระดับปริญญาตรี (อังกฤษ เวลส์ ไอร์แลนด์เหนือ)
    นักเรียนที่สมัครเรียนมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร จะต้องสมัครผ่าน University and College Admissions Service (UCAS) ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางของรัฐบาลที่มีหน้าที่ประสานความร่วมมือกับทุกมหาวิทยาลัย นักเรียนสามารถเลือกได้ 5 สาขาวิชาจากแบบฟอร์มของ UCAS โดยมีหลักสูตรให้เลือกมากมาย ซึ่งช่วยสร้างทักษะสำหรับการทำงานที่หลากหลายหรือเป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อได้เป็นอย่างดี
    • โดยปกติ การศึกษาระดับปริญญาตรีจะใช้เวลาศึกษาประมาณ 3 ปีในมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัย
    • ในขั้นตอนการรับเข้าศึกษา มหาวิทยาลัยจะใช้คะแนนสอบ A-Level (หรือเทียบเท่า) ของนักศึกษาเป็นเกณฑ์หนึ่งในการพิจารณารับนักศึกษาเข้าศึกษา
    • นักศึกษาจะต้องเลือกหลักสูตรที่ต้องการจะเรียนในขั้นตอนการสมัครเข้ามหาวิทยาลัย
    • คุณวุฒิแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ศิลปศาสตร์บัณฑิต Bachelor of Arts (BA) และวิทยาศาสตร์บัณฑิต Bachelor of Science (BSc)
    • บางหลักสูตรจะใช้เวลาศึกษา 4 ปี ซึ่งจะรวม 1 ปีที่นักศึกษาจะต้องสลับไปทำงานที่สอดคล้องกับสาขาวิชาที่เลือกเรียน ก่อนที่จะกลับมาศึกษาต่อ
    • ในประเทศที่การศึกษาภาคบังคับต่ำกว่า 13 ปี มีแนวโน้มว่านักเรียนจะต้องศึกษาหลักสูตรวิชาพื้นฐาน (Foundation Certificate) อีก 1 ปี ก่อนที่จะเข้ามหาวิทยาลัย
    เตรียมความพร้อมศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่สหราชอาณาจักรกับหลักสูตร International Foundation Certificate, Pre-Seasonal และ A-Level ของเรา
    การศึกษาระดับปริญญาตรี (สก๊อตแลนด์)
    นักศึกษาสามารถเลือกศึกษาสาขาวิชาที่หลากหลายในมหาวิทยาลัยที่สก๊อตแลนด์ ซึ่งจะเน้นสหวิชา นักศึกษาจะยังไม่ศึกษาวิชาเอกจนกระทั่งปีที่ 3
    • การศึกษาระดับปริญญาตรีจะใช้ระยะเวลา 4 ปี
    • ในขั้นตอนการรับเข้าศึกษา มหาวิทยาลัยจะใช้คะแนนสอบระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (Highers) ของนักศึกษาเป็นเกณฑ์หนึ่งในการพิจารณารับนักศึกษาเข้าศึกษา
    • นักศึกษาอาจเลือกหลักสูตรที่คั่นด้วยการไปเรียนที่ต่างประเทศ หรือทำงานเป็นเวลา 1 ปี ก่อนที่จะกลับมาศึกษาต่อ
    • โดยปกติ มหาวิทยาลัยในสก๊อตแลนด์จะถือว่าคุณวุฒิศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต (Master of Arts) จะเทียบเท่าระดับปริญญาตรี
    • นักศึกษาจะได้รับ Honours Degree เมื่อศึกษาต่อเพิ่มเติม ซึ่งเป็นการทำวิจัยอีก 1 ปี
    การศึกษาระดับปริญญาโท
    การศึกษาระดับปริญญาโทในสหราชอาณาจักรมุ่งให้ความสำคัญกับการทำวิจัยเป็นหลัก และเตรียมความพร้อมของนักศึกษาให้พร้อมสำหรับการทำงาน หรือศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก โดยมีสาขาวิชาต่างๆ ให้เลือกหลากหลาย
    • นักศึกษาจะต้องจบการศึกษาะดับปริญญาตรี
    • ใช้ระยะเวลาศึกษา 1 ปี
    • หลักสูตรระดับปริญญาโทที่เปิดสอนได้แก่ ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต (Master’s of Arts), วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต (Master’s of Science) และบริหารธุรกิจ (Master of Business Administration)
    • หลักสูตรระดับปริญญาโทที่เน้นการวิจัย ได้แก่ การวิจัย (Master of Research), ปรัชญา (Master of Philosophy)
    กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของการศึกษาในระดับนี้คือการเตรียมพร้อมที่ดีก่อนเข้าศึกษา ด้วยหลักสูตรเตรียมความพร้อม MBA และปริญญาโท
    การคึกษาระดับปริญญาเอก
    การศึกษาระดับปริญญาเอกให้ความสำคัญกับการทำวิจัยเป็นหลัก
    • จบการศึกษาขั้นต่ำในระดับปริญญาตรีหรือปริญญาโท
    • ใช้ระยะเวลาศึกษาอย่างน้อย 3 ปี
    • นักศึกษาจะต้องทำโครงการวิจัย 1 โครงการ หรือปริญญานิพนธ์
    • คุณวุฒิที่ได้คือ ดุษฎีบัณฑิต (Phd, Dphil)
    นักศึกษาต่างชาติ
    สำหรับนักศึกษาต่างชาติที่สนใจศึกษาต่อที่สหราชอาณาจักร แต่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรก จำเป็นต้องยื่นหลักฐานการทดสอบความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรส่วนใหญ่จะกำหนดว่าผู้ที่จะเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีจะต้องมีคะแนน IELTS (International Language Testing System) อย่างต่ำในระดับ 6.0 + และระดับ 6.5+ สำหรับผู้ที่จะเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโท
    นอกจากความสามารถในการใช้ภาษา นักศึกษาจะต้องตรวจสอบว่าคุณสมบัติของตนสอดคล้องกับข้อกำหนดการรับเข้าศึกษาของมหาวิทยาลัยหรือไม่ ซึ่ง UK NARIC จะให้ข้อมูลและคำแนะนำเกี่ยวกับข้อกำหนดต่างๆ โดยทั่วไป นักศึกษาต่างชาติที่ยังขาดคุณสมบัติในการเข้าศึกษาต่อจะต้องศึกษาวิชาพื้นฐาน ก่อนเข้าเรียนมหาวิทยาลัย
    นักศึกษาต่างชาติที่ความสามารถและทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ รวมทั้งคุณสมบัติอื่นๆ ไม่เป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดอาจจะต้องศึกษาหลักสูตรเตรียมความพร้อม Pre-Master’s ก่อนที่จะเริ่มศึกษาระดับปริญญาโท
  • ประเทศไอร์แลนด์ (Ireland)

    การศึกษาระดับมัธยมศึกษาในไอร์แลนด์
    • การสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษา (Secondary School), อาชีวศึกษา (Vocational School), วิทยาลัยชุมชน (Community College), โรงเรียนมัธยมศึกษาที่ไม่ได้ใช้เกณฑ์ความสามารถด้านวิชาการเพื่อคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษา (Comprehensive School), หรือโรงเรียนชุมชน (Community School)
    • การสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาแบ่งออกเป็น 2 ระดับ หรือที่เรียกว่า Cycles
    1 ระดับแรก คือ Junior Cycle ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ปีที่ 1 – ปีที่ 3 โดยทั่วไปแล้วนักเรียนจะมีอายุตั้งแต่ 12- 16 ปี นักเรียนที่จะสำเร็จการศึกษาระดับ Junior Cycle จะต้องผ่านการทดสอบ Junior Certificate Examination
    2 ปีที่ 4 จะเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ซึ่งนักเรียนจะศึกษาหลักสูตรที่ไม่เป็นทางการเป็นเวลา 1 ปี
    3 ระดับที่สอง คือ Senior Cycle ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ปีที่ 5 – ปีที่ 6 โดยทั่วไปแล้วนักเรียนจะมีอายุตั้งแต่ 16- 18 ปี
    • นักเรียนที่จะสำเร็จการศึกษาระดับ Senior Cycle จะต้องผ่านการทดสอบ Leaving Certificate Examination ซึ่งจะมีให้เลือก 3 หลักสูตรคือ Leaving Certificate Program, Leaving Certificate Vocational Program และ Leaving Certificate Applied
    การศึกษาระดับปริญญาในไอร์แลนด์
    การศึกษาด้านเทคนิคและวิชาชีพภายหลังระดับมัธยมศึกษา
    นักเรียนสามารถเลือกเรียนหลักสูตรเทคนิคและวิชาชีพด้านต่างๆ เช่น ธุรกิจ, วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยี การสำเร็จการศึกษาในด้านนี้ได้รับการยอมรับในระดับสากลจากองค์กรด้านการศึกษาและวิชาชีพต่างๆ โดย Higher Education and Training Awards Council (HETAC) จะเป็นองค์กรที่มีหน้าที่ควบคุมดูแลและมอบวุฒิบัตรการศึกษาให้แก่นักเรียนในส่วนของการศึกษาที่ไม่ใช่มหาวิทยาลัย (Non-University Sector)
    • เปิดสอนในสถาบันเทคโนโลยี (Institutes of Technology) และวิทยาลัยเฉพาะด้าน
    • หลักสูตร 2 ปีสำหรับประกาศนียบัตรขั้นสูง (Higher Certificate)
    • หลักสูตร 1 ปีสำหรับประกาศนียบัตรบัณฑิต (Graduate Diploma)
    ระดับปริญญาตรี
    หลักสูตรระดับปริญญาตรีในไอร์แลนด์มีให้เลือกหลากหลาย
    • มหาวิทยาลัยจะใช้ผลของ Leaving Certificate Examination เป็นปัจจัยหนึ่งในการประเมิน คัดเลือกนักศึกษาเข้าศึกษาต่อ
    • การศึกษาในระดับปริญญาตรีจะใช้เวลาประมาณ 3 หรือ 4 ปีในมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยเอกชน
    • มีให้เลือกทั้งปริญญาตรีแบบหลักสูตร 3 ปี (Ordinary) และ หลักสูตร 4 ปี (Honours)
    ระดับปริญญาโท
    หลักสูตรระดับปริญญาโทในไอร์แลนด์มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ โดยทั่วไปแล้วการศึกษาระดับปริญญาโทจะเน้นการเข้าเรียนในห้อง การทำวิจัย หรือการผสมผสานระหว่างทั้งสองรูปแบบ
    • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือประกาศนียบัตรบัณฑิต
    • การศึกษาระดับปริญญาโทใช้เวลาประมาณ 1 – 3 ปี
    ระดับปริญญาเอก
    • การศึกษาระดับปริญญาเอกจะให้ความสำคัญกับการทำวิจัยเป็นหลัก
    • ใช้เวลาอย่างน้อย 3 ปีในมหาวิทยาลัย
    นักศึกษาต่างชาติ
    นักศึกษาต่างชาติที่ต้องการศึกษาต่อที่ไอร์แลนด์จะต้องผ่านการทดสอบความถนัดทางภาษาอังกฤษ โดยนักศึกษาควรติดต่อAdmission Office ของแต่ละมหาวิทยาลัยเพื่อตรวจสอบว่านักศึกษาต้องผ่านการทดสอบภาษาอังกฤษประเภทใด การทดสอบความถนัดทางภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยต่างๆ ยอมรับ ได้แก่
    International English Language Testing System (IELTS)
    Cambridge English for Speaker of Other Languages (ESOL) Test of English as a Foreign Language (TOEFL)
    นอกจากความเชี่ยวชาญทางภาษาอังกฤษแล้ว นักศึกษาต่างชาติยังต้องตรวจสอบคุณสมบัติของตนด้วยว่าเป็นไปตามข้อกำหนดในการรับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยนั้นๆ หรือไม่
  • ประเทศออสเตรเลีย (Australia)

    การศึกษาระดับมัธยมศึกษาในออสเตรเลีย
    • ชั้นปีที่ 7 –12 โดยทั่วไปสำหรับนักเรียนอายุ 12/13 – 17/18 ปี
    • เมื่อนักเรียนสำเร็จการศึกษาชั้นปีที่ 12 นักเรียนจะได้รับประกาศนียบัตรการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย (Senior Secondary Certificate of Education: SSCE) ซึ่งจะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปในแต่ละรัฐและอาณาเขต
    • หลักสูตร TVET (TAFE Delivered Vocational Education and Training: TVET) หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่าประกาศนียบัตรวิชาชีพระดับ 1 และ 2 จะเปิดสอนในชั้นปีที่ 11 และ 12
    การศึกษาระดับสูงในออสเตรเลีย
    ในออสเตรเลีย Australian Qualifications Framework (AQF) เป็นองค์กรที่ดูแลรับผิดชอบในด้านคุณวุฒิการศึกษา โดยจำแนกคุณวุฒิออกเป็นการศึกษาวิชาชีพและฝึกอบรม (Vocational Education and Training: VET) และสถาบันการศึกษาขั้นสูง การแบ่งประเภทของคุณวุฒินี้ยังมีความเหลื่อมล้ำกันมาก กล่าวคือในปัจจุบันส่วนที่เป็นการศึกษาวิชาชีพและฝึกอบรม (วิทยาลัยอาชีวะสายอาชีพ และ RTO) สามารถที่จะมอบคุณวุฒิ Vocational Graduate Certificate และ Vocational Graduate Diploma ให้แก่นักเรียนที่สำเร็จการศึกษาได้ ในขณะที่มหาวิทยาลัยสามารถที่จะมอบคุณวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (Diploma) และอนุปริญญาตรี (Advanced Diploma) ให้แก่ผู้ที่สำเร็จการศึกษาได้คุณวุฒิของ AQF ที่แบ่งตามการได้รับการรับรอง ในแต่ละระดับการศึกษา sector http://www.aqf.edu.au/aqfqual.htm

    ประกาศนียบัตร ( Certificates )
    ประกาศนียบัตรวิชาชีพระดับ 1 – 4 จะเตรียมพร้อมนักเรียนสำหรับการทำงาน การศึกษาต่อ และการฝึกอบรมในสาขาที่หลากหลาย
    Kaplan International English ที่ซิดนีย์เปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพระดับ 4 ด้านธุรกิจ โดยมุ่งเตรียมความพร้อมให้นักเรียนที่ต้องการจะศึกษาต่อในด้านทรัพยากรมนุษย์, การตลาด, การบริหารและการจัดการ หรือศึกษาต่อด้านวิชาชีพหรือระดับปริญญาตรีต่อไป

    ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (Diploma) และอนุปริญญาตรี (Advanced Diploma)
    หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงและอนุปริญญาตรีในออสเตรเลียมุ่งให้ความรู้ด้านทฤษฎีที่ซับซ้อน และการปฏิบัติทั้งในสาขาเทคนิค และ/หรือการบริหารที่หลากหลาย
    • ผลสอบ NCEA ของนักศึกษาจะถูกใช้เป็นเกณฑ์หนึ่งในขั้นตอนการพิจารณารับเข้าศึกษา
    • โดยปกติแล้วการศึกษาระดับปริญญาตรีจะใช้เวลา 3 ปี
    • นักศึกษาที่ทำวิจัยต่ออีกหนึ่งปีจะได้รับคุณวุฒิ Honours
    Kaplan International English ที่ซิดนีย์เปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงและอนุปริญญาตรีด้านธุรกิจ (Diploma and Advanced Diploma in Business) เพื่อเตรียมความพร้อมนักศึกษาสำหรับตำแหน่งผู้บังคับบัญชาในด้านทรัพยากรมนุษย์, การตลาด, การบริหารและการจัดการ หรือศึกษาต่อด้านวิชาชีพหรือระดับปริญญาตรีต่อไป

    การศึกษาระดับปริญญาตรี
    การศึกษาระดับปริญญาตรีจะเตรียมความพร้อมด้านอาชีพให้กับนักเรียน หรือเพื่อศึกษาต่อระดับสูงขึ้น หลักสูตรที่เปิดสอนในออสเตรเลียมีให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Professional Degree, Double Degree, Graduate Entry Degree, และ Honours Degree
    • จะต้องสำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย (Senior Secondary Certificate of Education: SSCE) ชั้นปีที่ 12 หรือมีคุณวุฒิเทียบเท่าสำหรับนักศึกษาต่างชาตินักศึกษาที่ศึกษาหลักสูตรอนุปริญญาตรีด้านธุรกิจสามารถเลือกที่จะศึกษาต่อระดับปริญญาตรีในสาขาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจได้เกือบทั้งหมด และอาจโอนหน่วยกิตมาจากสถานศึกษาเดิมได้
    • ใช้เวลาเรียน 3-4 ปี
    • นักศึกษาที่ทำวิจัยต่ออีกหนึ่งปีจะได้รับคุณวุฒิ Honours
    การศึกษาภายหลังระดับปริญญาตรีในออสเตรเลีย
    การศึกษาระดับปริญญาโท
    ในระดับปริญญาโท นักศึกษาจะได้รับความรู้และทักษะขั้นสูงในสาขาวิชาที่เลือก หรือในการฝึกปฏิบัติอาชีพ หลักสูตรปริญญาโทจะประกอบด้วยหลักสูตรที่เน้นการเรียนในชั้นเรียน (Coursework Master’s Programs) หลักสูตรที่เน้นการปฏิบัติทางอาชีพ (Professional Master’s Programs) และหลักสูตรที่เน้นการทำวิจัย (Research Master’s Programs)
    • หลักสูตรที่เน้นการเรียนในชั้นเรียน (Coursework Master’s) ประกอบด้วยการเรียนในชั้นเรียน การจัดทำโครงการและการวิจัย นักศึกษาจะต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือประกาศนียบัตรบัณฑิต (Graduate Diploma)มาก่อน
    • หลักสูตรที่เน้นการปฏิบัติทางอาชีพ (Professional Master’s) จะให้ความสำคัญกับการจัดทำโครงการ นักศึกษาจะต้องสำเร็จการศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้องและมีประสบการณ์การทำงานมาก่อน
    • หลักสูตรที่เน้นการทำวิจัย (Research Master’s) ประกอบด้วยการทำวิจัยและวิทยานิพนธ์ นักศึกษาจะต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี หลักสูตรเตรียมความพร้อมก่อนศึกษาต่อระดับปริญญาโท ประกาศนียบัตรบัณฑิต หรือมีประสบการณ์การวิจัยที่สามารถเทียบเท่าคุณวุฒิที่ได้กล่าวไปแล้วมาก่อน
    • หลักสูตร MBA ส่วนใหญ่จะกำหนดให้นักศึกษาต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและมีประสบการณ์การทำงานมาก่อน
    • โดยทั่วไปการศึกษาระดับปริญญาโทจะใช้เวลา 2 ปีในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาที่จดทะเบียน
    การศึกษาระดับปริญญาเอก
    ในออสเตรเลีย หลักสูตรระดับปริญญาเอกมี 2 ประเภท คือหลักสูตรที่เน้นการทำวิจัย และหลักสูตรที่เน้นการปฏิบัติทางอาชีพ นักศึกษาจะได้รับความรู้และทักษะขั้นสูงในสาขาวิชาที่เลือก
    • หลักสูตรที่เน้นการทำวิจัย (Research Doctorate) จะเน้นการทำวิจัยภายใต้การกำกับดูแลของอาจารย์เป็นหลัก นักศึกษาจะต้องสำเร็จการศึกษาหลักสูตรที่เน้นการทำวิจัยในระดับปริญญาโท หรือปริญญาตรีที่มีคุณวุฒิ Honours มาก่อน
    • หลักสูตรที่เน้นการปฏิบัติทางอาชีพ (Professional Doctorate) ประกอบด้วยการเรียนในชั้นเรียน การทำวิจัย และการฝึกปฏิบัติทางอาชีพ นักศึกษาจะต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท หรือปริญญาตรีที่มีคุณวุฒิ Honours มาก่อน
    นักศึกษาต่างชาติ
    นักศึกษาต่างชาติที่ต้องการเข้ามาศึกษาต่อในออสเตรเลียจะต้องทดสอบ International English Language Testing System (IELTS) เพื่อที่จะพิสูจน์ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษก่อน แต่ละโรงเรียนจะมีข้อกำหนดของระดับ IELTS ที่แตกต่างกันไป การสอบ IELTS ซึ่งมีระยะเวลา 2.45 ชั่วโมงนี้ สามารถที่จะประเมินความสามารถของนักเรียนในการใช้ภาษาอังกฤษในด้านการฟัง การอ่าน การพูด และการเขียน ได้ตั้งแต่ระดับ 0-9
    โรงเรียน Kaplan International English ของเราในออสเตรเลียมีหลักสูตรเตรียมสอบ IELTS ที่หลากหลาย ซึ่งให้ความสำคัญกับการเตรียมสอบที่ครอบคลุมทุกส่วนอย่างละเอียด และสอนกลยุทธ์พิชิตข้อสอบที่คุณจำเป็นต้องรู้
    นอกจากผลสอบ IELTS ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในการใช้ภาษาอังกฤษแล้ว ยังมีข้อกำหนดอื่นๆ ได้แก่
    • นักศึกษาต่างชาติที่ต้องการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีจะต้องมีคุณวุฒิเทียบเท่านักเรียนที่จบการศึกษาในชั้นปีที่ 12 ของออสเตรเลีย
    • จะต้องสอบผ่านวิชาบังคับในบางหลักสูตร
  • ประเทศนิวซีแลนด์ (New Zealand)

    การศึกษาระดับมัธยมศึกษาในนิวซีแลนด์
    • ชั้นปีที่ 9 –13 โดยทั่วไปสำหรับนักเรียนอายุ 13-18 ปี
    • ภายหลังจบการศึกษาในระดับชั้นปีที่ 11-13 นักเรียนจะได้รับประกาศนียบัตร National Certificate of Educational Achievement (NCEA) ซึ่งบ่งชี้ว่านักเรียนได้ผ่านการศึกษาทั้งสามระดับมาแล้ว
    การศึกษาระดับปริญญาในนิวซีแลนด์
    การศึกษาวิชาชีพ
    • เปิดสอนในโพลีเทคนิค สถาบันเทคโนโลยี และสถาบันการศึกษาเอกชนและฝึกอบรมขั้นสูง
    • นักศึกษาจะได้รับคุณวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงและปริญญาบัตรในหลากหลายสาขา
    ระดับปริญญาตรี
    • มหาวิทยาลัยจะใช้ผลสอบ National Certificate of Educational Achievement (NCEA) เป็นเกณฑ์หนึ่งในการพิจารณาในขั้นตอนการรับนักศึกษาเข้าศึกษา
    • โดยทั่วไปแล้วการศึกษาระดับปริญญาตรีจะใช้เวลา 3 ปี
    • นักศึกษาจะได้รับคุณวุฒิ Honours เมื่อทำวิจัยเพิ่มเติมอีก 1 ปี
    การศึกษาภายหลังระดับปริญญาตรีในนิวซีแลนด์
    การศึกษาระดับปริญญาโท
    • โดยทั่วไปแล้วการศึกษาระดับปริญญาโทจะใช้เวลา 2 ปี
    • นักศึกษาจะได้รับคุณวุฒิ Honours เมื่อทำวิจัยเพิ่มเติมอีก 1 ปี ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าไม่เคยได้รับคุณวุฒิ Honours มาก่อน
    การศึกษาระดับปริญญาเอก
    • นักศึกษาจะต้องจบการศึกษาระดับปริญญาโท หรือปริญญาตรีที่ได้รับคุณวุฒิ Honours มาก่อน
    นักศึกษาต่างชาติ
    นักศึกษาต่างชาติที่ต้องการศึกษาต่อในนิวซีแลนด์จะต้องทดสอบความถนัดในการใช้ภาษาอังกฤษก่อน นักศึกษาควรติดต่อฝ่ายรับเข้าศึกษาของมหาวิทยาลัยว่าแต่ละแห่งยอมรับผลสอบอะไรบ้าง ผลสอบที่มหาวิทยาลัยอาจยอมรับ เช่น
    International English Language Testing System (IELTS)
    Cambridge English for Speaker of Other Languages (ESOL) Test of English as a Foreign Language (TOEFL)
    นักศึกษาต่างชาติอาจเลือกเรียนหลักสูตรวิชาพื้นฐานซึ่งมีให้เลือกหลากหลายสาขาก่อน เพื่อที่จะได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีได้อย่างราบรื่นในนิวซีแลนด์
  • ประเทศสิงคโปร์ (Singapore)

    การศึกษาของสิงคโปร์
    ระบบการศึกษาของสิงคโปร์แบ่งออกเป็นระดับประถม 6 ปี ระดับมัธยมศึกษา 4 ปี ซึ่งรวมแล้วเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างน้อย 10 ปี แต่ผู้ที่จะเข้าศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยจะต้องศึกษาขั้นเตรียมมหาวิทยาลัยอีก 2 ปี
    การศึกษาภาคบังคับของสิงคโปร์จะต้องเรียนรู้ 2 ภาษาควบคู่กันไป ได้แก่ ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก และเลือกเรียนภาษาแม่ (Mother Tongue) อีก 1 ภาษา คือ จีน (แมนดาริน) มาเลย์ หรือทมิฬ (อินเดีย)
    รัฐบาลสิงคโปร์ให้ความสำคัญกับการศึกษามาก โดยถือว่าประชาชนเป็นทรัพยากรที่สำคัญ และมีค่าที่สุดของประเทศ ในการนี้ รัฐบาลได้ให้การอุดหนุนด้านการศึกษาจนเสมือนกับเป็นการศึกษาแบบให้เปล่า โรงเรียนในระดับประถม และมัธยมล้วนเป็นโรงเรียนของรัฐบาลหรือกึ่งรัฐบาล สถานศึกษาของเอกชนในสิงคโปร์ มีเฉพาะในระดับอนุบาล และโรงเรียนนานาชาติเท่านั้น
    มหาวิทยาลัยในสิงคโปร์มี 3 แห่ง คือ :-
    1. National University of Singapore (NUS)
    2. Nanyang Technological University
    3. Singapore Management University (SMU)
    โดยมหาวิทยาลัย NUS จะให้การศึกษาครอบคลุมเกือบทุกสาขาวิชา ทั้งแพทยศาสตร์ ทันตแพทย์ กฎหมาย ศิลปะศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม และการบริหารธุรกิจ ส่วนมหาวิทยาลัย Nanyang จะเน้นการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์สาขาต่างๆ รวมทั้งวิทยาศาสตร์ประยุกต์ และสาขาธุรกิจ และการบัญชี สำหรับมหาวิทยาลัย SMU จะเน้นเรื่องธุรกิจการจัดการ
    วิทยาลัยเทคนิค (Polytechnic) ของสิงคโปร์มี 4 แห่งได้แก่ Singapore Polytechnic, Ngee Ann Polytechnic, Temasek Polytechnic และ Nanyang Polytechnic ส่วนวิทยาลัยผลิตครูของสิงคโปร์มีอยู่เพียงแห่งเดียว คือ National Institute of Education นอกจากนี้ ยังมี Institute of Technical Education : ITE เป็นสถาบันที่จัดการศึกษาสำหรับผู้ต้องการทักษะทางช่าง และช่างผีมือ
    ผู้ปกครองนักเรียนของสิงคโปร์จะส่งบุตรหลานเข้ารับการเตรียมความพร้อมในโรงเรียนเมื่อเด็กมีอายุ ได้ 2 ขวบครึ่ง เมื่อเด็กอายุได้ 6 ขวบก็จะเข้าเรียนในระดับประถมศึกษาปีที่ 1
    ระดับประถมศึกษาของสิงคโปร์แบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ป.1-ป.4 เรียกว่า Foundation Stage และ ป.5-ป.6 เรียกว่า Orientation Stage ชั้นประถมต้นจะเรียน 3 วิชาหลัก คือ ภาษาอังกฤษ ภาษาแม่ และคณิตศาสตร์ นอกจากนั้น จะมีวิชาดนตรี ศิลปหัตถกรรม หน้าที่พลเมือง สุขศึกษา สังคม และพลศึกษา แต่ในช่วงประถมปลาย หรือ Orientation Stage นั้น นักเรียนจะถูกแยกออกเป็น 3 กลุ่มทางภาษา คือ EM 1. EM 2. และ EM 3. การแยกนักเรียนเข้ากลุ่มทางภาษานั้น ขึ้นอยู่กับความสามารถทางภาษาของแต่ละคน เมื่อจบ ป.6 แล้วจะมีการสอบที่เรียกว่า Primary School Leaving Examination (PSLE) เพื่อที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาต่อไป ผลการเข้าสอบมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษา
    การศึกษาในระดับมัธยมศึกษานั้น จะมี 3 หลักสูตรให้เลือกตามความสามารถ และความสนใจ โดยใช้เวลา 4-5 ปี หลักสูตรในระดับมัธยมศึกษา ได้แก่
    หลักสูตรพิเศษ (Special Course)
    หลักสูตรเร่งรัด (Express Course)
    หลักสูตรปกติ (Normal Course)
    เมื่อจบหลักสูตรจะมีการสอบ โดยหลักสูตรพิเศษ และหลักสูตรเร่งรัดจะต้องผ่านประกาศนียบัตร GCB (General Certificate of Education) ในระดับ “O” Level ส่วนหลักสูตรปกติจะต้องผ่าน GCB “N” Level แต่ถ้าต้องศึกษาต่อในระดับเตรียมอุดมศึกษา ก็ต้องสอบให้ผ่าน GCB “O” Level เช่นเดียวกัน
    เมื่อจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาแล้ว ผู้ที่สนใจเรียนสายวิชาชีพเทคนิค หรืออาชีวศึกษา ก็สามารถแยกไปเรียนตามสถาบันต่างๆ ได้ ส่วนผู้ที่จะเรียนต่อในมหาวิทยาลัยก็จะเข้าศึกษาต่อใน Junior College อีก 2 ปี เมื่อจบแล้วจะต้องสอบ GCE “A” Level เพื่อนำผลคะแนนไปตัดสินการเข้าเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย ผู้ที่เข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ก็อาจศึกษาในสายอาชีพ หรือหางานทำต่อไป
    ปีการศึกษาของสิงคโปร์จะแบ่งออกเป็น 4 ภาคเรียน ภาคเรียนละ 10 สัปดาห์ เริ่มเปิดการศึกษาตั้งแต่วันที่ 2 มกราคมของทุกปี ช่วงระหว่างภาคเรียนที่ 1 กับที่ 2 และที่ 3 กับที่ 4 จะมีการหยุด 1 สัปดาห์ ระหว่างภาคเรียนที่ 2 กับที่ 3 หยุด 4 สัปดาห์ และมีช่วงหยุด 6 สัปดาห์ เมื่อสิ้นสุดปีการศึกษา
  • ประเทศเกาหลีใต้ (South Korea)

    1. ระบบการศึกษาในปัจจุบัน
    ระบบการศึกษาของเกาหลีกำหนดให้มีการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี กำหนดให้ประชาชนทุกคนมีสิทธิได้รับการศึกษาตามความสามารถ ระบบการศึกษาเป็นระบบ 6-3-3-4 คือ ชั้นประถมศึกษา 6 ปี มัธยมศึกษาตอนต้น 3 ปี มัธยมศึกษาตอนปลาย 3 ปี และวิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัย 4 ปี
    1.1 การศึกษาขั้นพื้นฐาน มีทั้งหมด 3 ระดับ คือ อนุบาลศึกษาหรือก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา
    1.1.1 การศึกษาก่อนประถมศึกษา
    เป็นการศึกษาที่หลากหลายลักษณะ จัดสำหรับเด็กอายุ 3-5 ปี หลักสูตรการสอนจะครอบคลุมถึงกิจกรรมทางกายภาพ สังคม การแสดงออก ภาษาและการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการเกาหลีพยายามจัดให้โรงเรียนของรัฐมีการสอนระดับอนุบาล พร้อมๆ กับกระตุ้นให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมจัดการศึกษาในระดับนี้มากขึ้น ยังมีหลายหน่วยงานที่ร่วมจัดการศึกษาระดับนี้ในรูปแบบต่างๆ เช่น จัดในรูปแบบของศูนย์ดูแลเด็ก ของกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการสังคม เป็นต้น
    1.1.2 การศึกษาระดับประถมศึกษา
    การศึกษาระดับประถมศึกษาเป็นการศึกษาภาคบังคับและจัดให้ฟรี สำหรับเด็กตั้งแต่อายุ 6 ขวบขึ้นไป
    1.1.3 การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
    เป็นการศึกษาบางบังคับและฟรีบางส่วน คือฟรีในส่วนของนักเรียนที่อยู่ในพื้นที่ชนบทและนักเรียนในกลุ่มการศึกษาพิเศษภายใต้ข้อกำหนดของประกาศกฎหมายส่งเสริมการศึกษาพิเศษ (Special Education Promotion Act) นักเรียนที่จบชั้นประถมศึกษาจะได้รับการคัดเลือกให้เข้าเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษาในพื้นที่ด้วยวิธีจับฉลาก วิธีการเช่นนี้ใช้ทั้งการรับนักเรียนในโรงเรียนมัธยมของรัฐและเอกชน
    1.1.4 การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
    การศึกษาระดับนี้แบ่งออกเป็น 2 สาย คือ
    1) มัธยมศึกษาตอนปลายสายสามัญ
    2) มํธยมศึกษาตอนปลายสายอาชีพ
    โรงเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายทั้งสองสายแยกย่อยตามเป้าหมายเฉพาะวิชาหลายอย่าง ได้แก่ โรงเรียนด้านวิทยาศาสตร์ ศิลป ภาษาต่างประเทศ พลศึกาา เพื่อมุ่งหวังตอบสนองเด็กที่มีอัจฉริยภาพให้พัฒนาไปสู่โปรแกรมการศึกษาแบบเฉพาะเจาะจง เช่น โรงเรียนวิทยาศาสตร์ยงจิ (Kyonggi Science) และโรงเรียนทางวิทยาศาสตร์อื่นๆ จะมีวิธีการคัดเลืิกด้วยวิธีการของตนเอง นักเรียนที่เรียนสายสามัญจะเน้นการเรียนรู้ทางวิชาการทั่วไป และเน้นการฝึกปฏิบัติ โดยเลือกสาขาในขณะที่เรียนอยู่ปีที่ 2 ในสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ และการฝึกอบรมทางวิชาชีพตามความถนัดและความสนใจ
    1.2 การศึกษาระดับอุดมศึกษา
    ระบบการศึกษาระดับอุดมศึกษาของเกาหลีมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ทฤษฏีทางวิชาการที่สำคัญ และการเตรียมนักเรียนให้มีความพร้อมในการแข่งขันและการทำงานในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างรวดเร็ว สถาบันการศึกษาแบ่งเป็น 7 ประเภท ได้แก่

    1) วิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัย

    2) มหาวิทยาลัยด้านอุตสาหกรรม

    3) มหาวิทยาลัยด้านการศึกษา (มหาวิทยาลัยครู)

    4) วิทยาลัยโพลีเทคนิค

    5) มหาวิทยาลัยไปรษณีย์

    6) วิทยาลัยเทคนิค

    7) วิทยาลัยต่างๆ ที่สอนในระดับอนุปริญญา

    โดยสถาบันทั้งหมดสังกัดกระทรวงศึกษาธิการแต่ละประเภทมีลักษณะดังนี้ คือ วิทยาลัยและมหาวิทยาลัย ในการควบคุมคุณภาพของมหาวิทยาลัย รัฐจะกำหนดเกณฑ์มาตรฐานเป็นบรรทัดฐาน เพื่อการรับรองคุณภาพของมหาวิทยาลัย ซึ่งมาตรฐานจะแตกต่างไปตามรูปแบบของมหาวิทยาลัย ปัจจุบ้นรัฐอนุญาตให้ตั้งมหาวิทยาลัยในระดับจังหวัดได้ เพื่อให้เกิดมหาวิทยาลัยขนาดเล็กที่สามารถตอบสนองชุมชนหรือความต้องการของสาขาวิชาชีพ โดยมหาวิทยาลัยต้องมีการประเมินตนเองเป็นประจำทุกปี การประเมินจากองค์กรภายนอกเชิงคุณภาพจะพิจารณาจากงานวิจัยและเชิงปริมาณจากจำนวนผู้จบการศึกษา

    2. ยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาของเกาหลี
    เกาหลีได้ทำการปฏิรูปการศึกษาครั้งแรกในปี 1995 เพื่อรองรับสังคมแห่งการเรียนรู้ และการแข่งขันในทศวรรษที่ 21 ยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาของเกาหลีที่สำคัญมีดังนี้

    2.1 ปฏิรูปโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ
    เกาหลีได้ปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ ในปี 2001 และเปลี่ยนชื่อเป็นกระทรวงศึกษาธิการและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มีอำนาจที่ครอบคลุมตั้งแต่การศึกษาในโรงเรียนไปจนถึงการศึกษาเพื่อสังคมและการศึกษาตลอดชีวิตในทุกๆภาคส่วนของสังคม โครงสร้างแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ กระทรวงที่ตั้งอยู่ในส่วนกลาง และสำนักงานเขตการศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดต่างๆ ซึ่งกระทรวงญ ได้กระจายอำนาจการบริหารจัดการและงบประมาณให้แก่หน่วยงานในระด้บท้องถิ่น กระทรวงศึกษาธิการมีสภาที่ปรึกษาระดับนโยบาย (Advisory Council for Educatioin and Human Resources Development Policy) ซึ่งมีหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่ประธานาธิบดี และมีสภาที่ปรึกษาด้านการศึกษา (Central Council on Education) มีหน้าที่ให้คำปรึกาาแก่รองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลการศึกษาและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

    2.2 ปฏิรูปหลักสูตร กำหนดคุณลักษณะผู้เรียนในอนาคต
    หลักสูตรการศึกษาประกอบด้วยหลักสูตรแกนกลางและหลักสูตรสถานศึกษาที่โรงเรียนและครูสามารถจัดทำขึ้นตามลักษณะและจุดประสงค์ของแต่ละโรงเรียนและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม การปรับปรุงหลักสูตร ครั้งที่ 7 ในปี 1997 กำหนดคุณลักษณะของผู้เรียนในอนาคตให้เป็นที่รู้จักการเรียนรู้ด้วยตนเอง สามารถพัฒนาบุคลิกภาพ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ รู้จักการพัฒนาอาชีพ รู้จักสร้างประโยชน์แก่ส่วนรวมและอุทิศตนเพื่อพัฒนาชุมชนบนพื้นฐานของประชาธิปไตย หลักสูตรจึงเป็นทั้งมาตรฐานหลักของการศึกษา และเป็นกรอบแนวทางการพัฒนาแบบเรียนและคู่มือครู

    2.3 ปฏิรูปอุดมศึกษา สู่ความเป็นเลิศในสังคมฐานความรู้
    รัฐบาลเกาหลีมีเป้าหมายพัมนามหาวิทยาลัยในศตวรรษที่ 21 เพื่อยกระดับสถาบันอุดมศึกษาให้มีความเป็นเลิศ มีความหลากหลายและเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความเชี่ยวชาญ มหาวิทยาลัยจึงต่างแข่งขันกันพัฒนาคุณภาพการศึกษาเพื่อให้ก้าวทันสังคมฐานความรู้และก้าวสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำ ดดยการปรับปรุงคุณภาพและการบริหารจัดการ มหาวิทยาลัยมีบทบาทสำคัญทั้งในด้านการวิจัยและพัฒนา และการผลิตกำลังคนให้ตอบสนองความต้องการภาคอุตสาหกรรม โดยกำหนดเป้าหมาย (Benchmark) ในการผลิตกำลังคนที่มีคุณภาพสูง ได้มีการยกเลิกกฎระเบียบต่างๆ เพื่อปรับปรุงคุณภาพมหาวิทยาลัยให้เข้มแข็งมีอิสระในการบริหาร (Autonomy) สามารถตรวจสอบได้ (Accountability) ยืดหยุ่นและสามารถปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง มุ่งเน้นประสิทธิภาพของอุดมศึกษา มีการปรับปรุงการบริหารจัดการและพัฒนานวัตกรรม เพื่อยกระดับความสามารถของผู่้เรียนให้มีมาตรฐานในระดับนานาชาติ เน้นการเรียนรู้ที่ไร้พรมแดน เพื่อก้าวให้ทันการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาประเทศในสังคมโลกยุคใหม่ โดยเน้นการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่ก้าวล้ำนำยุคในสังคมฐานความรู้ นักศึกษาจึงต้องมีความสามารถในการแสวงหาข้อมูลและมีทักษะทางภาษาต่างประเทศ
Visitors: 456,462